ทัวร์ญี่ปุ่น ภูเขาไฟฟูจิ อากาศดี ไม่หนาวเกินไป

ภูเขาไฟฟูจิถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นมานานแล้ว ทัวร์ญี่ปุ่นราคาประหยัด นักท่องเที่ยวที่มา ทัวร์ญี่ปุ่น ไม่ลืมที่จะมาชม ภูเขาไฟฟูจิเพราะเป็นภูเขาไฟที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดในโลกไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ภูเขาไฟฟูจิอยู่ในจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ นักท่องเที่ยวที่อยู่โตเกียวกับโยโกฮามาสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้เฉพาะวันที่อากาศดีท้องฟ้าโปร่ง

ทัวร์ญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่นถ้าอยากเห็นภูเขาไฟฟูจิที่ชัดที่สุดคือการนั่งรถไฟระหว่างการเดินทางธรรมชาติทั้งสองข้างทางสวยงามมากอากาศหนาว ระหว่างทางจะเห็นหมู่บ้านในชนบทนอกเมืองคนแถวนี้ใช้ชีวิตกันเรียบง่ายดูสงบเงียบและอากาศดีมาก สถานีที่เห็นได้ชัดเจนคือช่วงสถานีชิน-ฟูจิ หลังจากออกจากโตเกียว ภูเขาไฟจะอยู่ทางด้านขวามือ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบชมธรรมชาติและอยากชม ภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดเจนต้องไปที่อุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu มีจุดให้เดินชมวิวและถ่ายรูปเป็นระยะและในอุทยานแห่งชาตินี้มีทะเลสาบทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โมโตสุโกะ โชจิโกะ ไซโกะ และบ่อน้ำพุร้อน ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โอชิโนะโกะ ฯลฯ ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับไปเที่ยวที่ดีที่สุดก็มีหลายฤดู ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงน่าจะเป็นช่วงที่น่าไปที่สุด เพราะอากาศดี ไม่หนาวเกินไป โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น และยังได้เห็นต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ  ทัวร์ญี่ปุ่น ในช่วงของฤดูใบไม้ผลิไม้ผล ต้นอะเซเลียออกดอกในบริเวณนั้นจะมีสีสันสวยงามมากและในฤดูใบไม้ร่วงก็ยังคงงดงามเช่นกัน ป่าของที่นี่เป็นป่ากึ่งยุคดึกดำบรรพ์รอบๆของทะเลสาบจะเต็มไปด้วยสีแดงและจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเปลี่ยนเป็นหลายสี น้ำในทะเลสาบรอบๆภูเขาไฟฟูจิสงบนิ่งมีเงาสะท้อนของภูเขาไฟเป็นภาพที่งดงามมากและหาดูที่ไหนไม่ได้ นอกจากเดินชมตามจุดชมวิวต่างๆแล้ว ที่นี่จะมีเรือให้นักท่องที่มาชม ภูเขาฟูจิได้นั่งเรือร่องไปตามทะเลสาบทั้ง5 และยังมีกิจกรรมอีกมากมายนอกจากชม ภูเขาไฟฟูจิ มีทั้งของที่ระลึกขาย นั่งโรปเวย์ ข้ามภูเขา นั่งรถราง มีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าขม มีเหมืองแร่ และน้ำพุร้อนที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ภูเขาฟูจิจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปปีนเขาได้

สำหรับคนที่จะไป ทัวร์ญี่ปุ่น และอยากไปดูภูเขาไฟฟูจิ ควรจะเช็คเรื่องสภาพดิน ฟ้า อากาศแต่ละสถานที่ที่เราจะไปด้วยนะค่ะ เช็คตารางรถไฟ รถราง หรือรถบัสให้แน่นอนจะได้ไม่เสียเวลาหรือตกรถ เพื่อความสะดวกในการเดินทางด้วยคะ

บทความโดย บริษัททัวร์

ทัวร์เกาหลี ไปเดือนไหนดีและเตรียมเสื้อผ้าอย่างไร

ทัวร์เกาหลี เมื่อพูดถึงประเทศนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเพราะในประเทศเทศไทยของเราในปัจจุบันนี้กระแสเกาหลีนั้นมาแรงมาก ไม่ว่าจะมาจากภาพยนตร์ นักร้อง แม้กระทั่งแฟชั่นต่างๆ ที่ฮิตกันในหมู่วัยรุ่นไทย ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า การแต่งหน้า การแต่งกาย และโดยเฉพาะซีรี่เกาหลี ที่ทำเอาคนไทยหลายคนอยากจะบินลัดฟ้าไปทัวร์ประเทศเกาหลีกันเลยทีเดียว

วันนี้เราเลยเอาใจท่านที่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลีมาฝากค่ะ ว่าถ้าเราจะเดินทางไปทัวร์ประเทศเกาหลี เราจะต้องเตรียมตัวและเตรียมสิ่งของอะไรไปบ้าง


เครดิตภาพจาก บริษัททัวร์

  จะไปทัวร์เกาหลีไปเดือนไหนดีและเตรียมเสื้อผ้าอย่างไร

อันดับแรกเราจะต้องรู้ก่อนค่ะว่าเราจะไปทัวร์ประเทศเกาหลีกันในช่วงเดือนไหน เพราะเราจะได้เตรียมเสื้อผ้าให้ถูกฤดูของประเทศเขากันค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ประเทศเกาหลีเค้ามีถึง 4 ฤดูนะคะ คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวค่ะ ถ้าเราจะไปในช่วงเดือนธันวาคม ก็จะเป็นฤดูหนาวพอดี ฤดูหนาวบ้านเขาจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ค่ะ อุณหภูมิก็จะอยู่ราวๆ -5°C ถึง 8°C องศา จัดว่าเป็นอากาศที่หนาวจัดเลยทีเดียว แต่ในฤดูนี้ถือว่าเป็นฤดูที่มีนักท่องเที่ยวชื่นชอบอยู่ไม่น้อย เพราะหิมะที่ตกลงมาทำให้สามารถเล่นสกีได้ ซึ่งที่ประเทศเกาหลีจะมีสกีรีสอร์ทไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายที่ค่ะ ใครไปช่วงนี้ถือว่าไม่ผิดหวังเลยที่เดียว ของที่ควรเตรียมในฤดูหนาวก็เช่น ชุดลองจอห์น กางเกงขายาว เสื้อเขนยาว เสื้อกันหนาว เสื้อคลุม ผ้าพันคอ รองเท้า ถุงมือ ถุงเท้า ครีมทาผิว โลชั่น ลิปมันเพื่อป้องกันริมฝีปากแตก เสื้อกันฝนหรือร่ม เผื่อไว้สำหรับวันที่อากาศแปรปรวนค่ะ และที่สำคัญของที่เตรียมไปต้องกันหนาวได้เป็นอย่างดีนะคะ แต่ถ้าจะไปในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ก็จะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งถ้าไปช่วงนี้ก็จะพบกับดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม บานสะพรั่งรอนักท่องเที่ยวไปชื่นชมกัน อุณหภูมิก็จะอยู่ราวๆ 6°C ถึง 20°C องศา อากาศในฤดูนี้จะเย็นสบายมีลมพัดและมีแสงแดดอ่อนๆ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ทัวร์เกาหลี เที่ยวเกาหลี ถ่ายรูป ชมดอกไม้ และในฤดูนี้จะมีการจัดเทศกาลดอกซากุระเกาหลีด้วยนะคะ แต่ก็ต้องดูกันอีกทีว่าดอกซากุระจะบานช่วงเดือนไหน แต่ระยะเวลาในการจัดนั้นแค่ 2 สัปดาห์ค่ะเพราะดอกซากุระจะบานหมดพอดี ส่วนของที่ต้องเตรียมไปสำหรับฤดูนี้ก็ไม่ต้องกันหนาวเหมือนฤดูหนาวมากนัก เป็นเสื้อคลุมหรือเสื้อกันหนาว กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว รองเท้าที่เป็นผ้าหรือรองเท้าผ้าใบก็ได้ค่ะ ส่วนใครที่ยังกลัวหนาวก็แถมผ้าพันคออีกชิ้นก็ได้นะคะ

บทความโดย รับจัดกรุ๊ปทัวร์

หาดฮเวซวง สิ่งมหัศจรรย์ที่ทุกคนต้องไปเห็น

พม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านของการท่องเที่ยว ทะเลที่นี่สวยงาม และปราศจากพวกบรรดาโรงแรม รีสอร์ทต่างๆรวมไปจนถึงสถานบันเทิงต่างด้วย นี่อาจจะเป็นข้อดีของนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์พม่าที่ต้องการความสงบชมธรรมชาติที่งดงามเพราะพม่านั้นยังขาดการพัฒนาเพราะเหตุนี้ทะเลของพม่าจึงยังคงมีความสวยงาม

banner_ngwe-saung-beach-672x372

หาดฮเวซวง (Ngwe Saung Beach) เป็นอีกหนึ่งชายหาดสีน้ำเงินที่มีชื่อเสียงของประเทศพม่าเป็นอย่างมาก เป็นหาดที่อยู่ในเขตพื้นที่ของหมู่บ้านฮเวซวง (Ngwesaung Village) หมู่บ้านรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองปะเต็น (Pathein) ซึ่งเป็นเมืองในเขตอิระวดี (Ayeyarwaddy Region) หาดทรายสีขาวและน้ำที่ใสสะอาด ไม่มีสิ่งปฏิกูลและสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมต่างๆเหมือนกับทะเลในบ้านเรา หาดฮเวซวงเป็นหาดที่บริสุทธิ์ถ้าเปรียบเทียบกับไทยก็คงจะเป็นหาดพัทยาหรือป่าตองเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว หาดฮเวซวงอยู่ห่างจากเมืองปะเต็นไปทางทิศตะวันตกประมาณ 48 กิโลเมตร นักท่อวงเที่ยวที่เดินทางมาทัวร์พม่าสามารถเดินทางจากย่างกุ้ง (Yangon) ได้โดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง หาดฮเวซวงมีชายหาดที่ขาวสะอาดและทะเลสีฟ้าใส ราคาที่พักก็ถูกสบายกระเป๋าหาดฮเวซวงจึงเป็นชายหาดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเสียรายจ่ายมากนักและต้องการความเงียบสงบ เพราะที่นี่ไม่ค่อยกิจกรรมบันเทิงยามค่ำคืนเท่าไรนัก หาดฮเวซวงนั้นเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชาวพม่าที่นี่นิยมปลูกข้าวหอมมะลิมากที่สุดในประเทศพม่า ที่หาดแห่งนี้แต่ก่อนนั้นเป็นหมู่บ้านของชาวประมงแต่ที่นี่พึ่งจะเปิดตัวให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทัวร์พม่าได้มาเที่ยวพักผ่อนกันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาโรงแรมก็ยังมีไม่มากนักอย่าง ชเวฮินทารีสอร์ท (ShweHin tha Resort) เป็นบังกะโลริมชายหาดราคาประมาณ 24 ดอลล่า นอนได้ 3 คนรวมอาหารเช้าด้วยซึ่งราคานั้นก็ไม่แพงติดริมทะเลบรรยากาศนั้นก็สวยงามมีสวนมะพร้าวให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีก การเดินทางจากเมืองปะเต็นไปยังหาดฮเวซวงนั้นระหว่างทางจะเป็นทุ่งนาและภูเขา ไม่ค่อยมีต้นไม้เท่าไรนักเพราะมีการสัมปะทานปลูกยางพารา ฝิ่น ทางลงจากภูเขาก็จะสามารถมองเห็นเจดีย์ได้ที่พม่ามีเจดีย์อยู่ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นยอดภูเขา ในทะเลสาบ กลางแม่น้ำ กลางทุ่งนา ชายทะเล และสี่แยกไฟแดง สิ่งที่เป็นเสน่ห์สำหรับที่นี่คือ ความเรียบง่ายสงบนิ่ง ไม่วุ่นวายเหมือนที่อื่น ผู้คนที่นี่ก็มีน้ำใจแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการปกครอง

การเดินทางมาพักผ่อนยังหาดฮเวซวงนั้นถือเป็นการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพม่าบรรยากาศนั้นเงียบสงบ ไม่วุ่นวายอยู่กับธรรมชาติหากมีโอกาสก็อยากจะแนะนำให้นักท่องเที่ยวลองมาชมบรรยากาศที่เงียบสงบของชายหาดแห่งนี้

การเตรียมตัวสำหรับออกทัวร์เนปาล

ใครกำลังจะไปทัวร์เนปาลยกมือขึ้น เตรียมตัวกันหรือยังเป็นการออกเที่ยวต่างประเทศจะต้องมีการเตรียมตัวมากเป็นพิเศษกว่าการเที่ยวในประเทศ เพราะว่ามันไม่ใช่ในบ้านเมืองเรา ต่างกันหมดทุกอย่างทั้งด้านวัฒนธรรม ภาษา การแต่งการ กฎหมาย เราอาจจะต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้เป็นเบื้องต้นไปด้วย สำหรับคนที่เคยไปทัวร์เนปาลแล้วอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่นักในการเตรียมตัวแต่สำหรับคนที่พึ่งไปครั้งแรกก็ต้องเรียนรู้กันหน่อย

เนปาล,10

สิ่งที่ต้องเตรียมไปทัวร์เนปาล
1.เอกสารยืนยันตัวตน หนังสือเดินทาง วีซ่า ฯลฯ
2.เสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่ม ที่เตรียมแต่พอใช้และเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศเนปาล
3.หาข้อมูลทัวร์เนปาลต่างสถานที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่จะไปชม เพื่อได้อรรถรสในการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
4.ยารักษาโรคประจำตัวของตัวเอง (ถ้ามี)
5.กล้องถ่ายรูป (ถ้าชอบเก็บภาพถ่าย )
6.สมุดบันทึก
7.หาความรู้ด้านกฎหมายของประเทศเนปาลเบื้องต้น และวัฒนธรรม ภาษา เบื้องต้น
8.เงินสำหรับการใช้จ่ายส่วนตัวที่นอกเหนือจากในโปรแกรมทัวร์เนปาล

แล้ววันนี้คุณเตรียมตัวทัวร์เนปาลพร้อมแล้วหรือยัง หากจะไปทัวร์ให้สนุกก็ต้องมีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญอย่าเอางานไปทำหรือเอาไปคิดในช่วงของวันพักผ่อนท่องเที่ยว เพราะมันจะทำให้การท่องเที่ยวเนปาลครั้งนั้นหมดสนุกไปเลยก็ได้ ถ้าใครกำลังจะไปทัวร์เนปาลกับเพื่อน ๆ กับครอบครัว หรือลุยคนเดียวเลยก็ขอให้สนุก ประเทศเนปาลนั้นมีอะไรให้เราเข้าไปท่องเที่ยวไปค้นหาอีกเยอะหากใครที่คิดจะเที่ยวต่างประเทศและยังไม่รู้ว่าจะไปไหน ทัวร์เนปาลก็ได้สบาย ๆ สนุกแน่นอน

ทัวร์รัสเซีย โบสถ์หยดเลือดและวิหารเซ็นไอแซค

รัสเซีย เป็นประเทศที่มีโบสถ์วิหารสวย ๆ เยอะมากทีเดียวค่ะ ถ้าเทียบกันแล้วคงจะเหมือนวัดวาอารามในบ้านเรา แต่ของเขาจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ต่างออกไป มีเรื่องเล่าความเป็นมา ความประณีตของศิลปะที่งดงามมากจริง ๆ ค่ะ ดังนั้นหากได้มาทัวร์รัสเซียจะต้องไปเยี่ยมชมวิหารเหล่านี้ด้วย

โบสถ์แห่งหยดเลือด – ทัวร์รัสเซีย
โบสถ์แห่งนี้อยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่พระเจ้าอเล้กซานเดอร์ที่สาม รำลึกถึงพระบิดาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่สอง ผู้ปลดปล่อยชาวนา ซึ่งถูกลอบปลงพระซนม์บริเวณนี้ ในปี ค.ศ. 1881 จึงสร้างด้วยรูปแบบศิลปะยุคฟื้นฟู เลียนแบบโบสถ์โบราณในคริสตศวรรษที่สิบสองของกรุงมอสโกเรียกได้ว่าสวยงามแปลกตาหาชมได้ยากมาก ภายในตกแต่งวิจิตรบรรจงด้วย ฝีมือจิตกรกว่าสามสิบคน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองโบสถ์ได้รับความเสียหายจากระเบิด หลังสิ้นสุดสงครามจึงได้มี


วิหารเซ็นไอแซค – ทัวร์รัสเซีย
เป็นมหาวิหารที่สวยงาม อยู่ที่เมืองเซ็นปีเตอร์เบิร์ก สร้างในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่หนึ่ง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Auguste de Montferrand ใช้เวลาก่อสร้างนานถึงสีสิบปี ตัววิหารทำจากเสาหินแกรนิตสี่สิบแปดต้น น้ำหนักต้นละร้อยสิบสี่ ตัน ภายในประดับประดาด้วยปฏิมากรรมบอร์นแบบฉบับของรัสเซียแท้ๆ และภาพวาดกว่าสี่ร้อยชิ้น โดมทองอันสง่างามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองด้วยขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 25.8 เมตรซึ่งเป็นอันดับที่สี่ของโลกรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม มหาวิหารเซนต์ปอลที่ลอนดอน และมหาวิหารสตา เดล ฟีออเรที่ฟลอเรนซ์ค่ะ